Weekly Accounting Checklist
- Thep

- 22 ม.ค.
- ยาว 2 นาที
Weekly Accounting Checklist (FlowAccount Optimized)
1. หมวดรายได้ (Incomes & Receivables)
[ ] ตรวจสอบการออกใบกำกับภาษี/ใบเสร็จ: เช็คว่ารายการขายในหน้าร้าน (POS) หรือ Shopee/Lazada ตรงกับที่คีย์ใน FlowAccount หรือไม่
[ ] ตรวจสอบยอดเงินโอนเข้า: เทียบรายการใน Statement ธนาคาร กับใบเสร็จรับเงิน (Receipt) ในระบบ
[ ] บันทึกค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม: (กรณีขายออนไลน์) บันทึกค่า GP หรือค่าธรรมเนียมธนาคารเป็นค่าใช้จ่ายให้ครบ เพื่อให้ยอดรับสุทธิในระบบตรงกับธนาคาร
[ ] ติดตามลูกหนี้ค้างชำระ: ดูรายงานใบแจ้งหนี้ (Invoice) ที่เกินกำหนดชำระและแจ้งลูกค้า
2. หมวดค่าใช้จ่าย (Expenses & Payables)
[ ] รวบรวมใบเสร็จ/ใบกำกับภาษีซื้อ: ตรวจสอบความถูกต้อง (ชื่อ ที่อยู่ เลขผู้เสียภาษี) และสแกนอัปโหลดเข้าเมนู "ค่าใช้จ่าย"
[ ] บันทึกรายการจ่ายชำระ: กดชำระเงินในระบบให้ตรงกับวันที่เงินออกจากบัญชีธนาคารจริง
[ ] ตรวจสอบภาษีถูกหัก ณ ที่จ่าย (WHT): หากมีการจ้างบริการ ต้องเช็คว่าออกใบรับรองหัก ณ ที่จ่ายในระบบแล้วหรือยัง
3. การกระทบยอดธนาคาร (Bank Reconciliation)
[ ] เชื่อมต่อ/อัปโหลด Bank Statement: ใช้เมนู "บริหารเงินสด" ใน FlowAccount เพื่อเทียบรายการในสมุดบัญชีกับในระบบ
[ ] Match รายการ: จับคู่เงินโอนเข้า-ออกที่บันทึกไว้แล้ว หากพบรายการที่ยังไม่ได้บันทึก (เช่น ค่าธรรมเนียม, ดอกเบี้ย) ให้บันทึกเพิ่มทันที
[ ] ตรวจสอบยอดคงเหลือ: ยอดเงินใน FlowAccount (Balance) ต้องตรงกับยอดเงินในบัญชีธนาคารจริง ณ วันสิ้นสัปดาห์
4. หมวดสินค้าคงคลัง (Inventory)
[ ] ตรวจสอบการตัดสต็อก: ดูว่ารายการขายมีการตัดสินค้าออกจากคลังถูกต้องหรือไม่
[ ] บันทึกสินค้าเข้า (Purchase Order/Gr): ตรวจสอบว่าสินค้าที่รับเข้ามาใหม่ได้บันทึกเข้าสต็อกในระบบแล้ว
[ ] ตรวจสอบยอดติดลบ: เช็ครายงานสต็อกว่ามีสินค้าตัวไหนยอดติดลบหรือไม่ เพื่อแก้ไขการบันทึกให้ถูกต้อง
5. สรุปรายงานประจำสัปดาห์ (Weekly Reporting)
[ ] รายงานกำไร-ขาดทุนเบื้องต้น: ดูภาพรวมกำไรขั้นต้น (Gross Profit) ของสัปดาห์นั้น
[ ] รายงานกระแสเงินสด: สรุปยอดเงินสดสุทธิที่เหลืออยู่ ..... ตารางนัดหมายบริการบัญชีรายสัปดาห์ (Weekly Schedule)
วัน | หน้าที่ของลูกค้า (Client) | หน้าที่ของสำนักงานบัญชี (Accountant) |
จันทร์ - พฤหัสบดี | - ออกใบแจ้งหนี้/ใบกำกับภาษีในระบบ - ถ่ายรูปใบเสร็จค่าใช้จ่ายเก็บไว้ในแอป | - คอย Monitor รายการที่ลูกค้าคีย์ (Remote Support) |
ศุกร์ (เช้า) | - ส่งเอกสาร: รวบรวมใบเสร็จ/Statement - อัปโหลดไฟล์เข้า Google Drive หรือ Line | - เริ่มนำเข้าข้อมูล (Import/Key-in) เข้า FlowAccount |
ศุกร์ (บ่าย) | - ตอบคำถามกรณีมีรายการโอนเงินที่ไม่ทราบที่มา | - กระทบยอดธนาคาร (Bank Recon) - ตรวจสอบสต็อกสินค้าเบื้องต้น |
เสาร์ (เช้า) | - รอรับรายงาน | - ส่งสรุปรายงานรายสัปดาห์: ยอดขาย, รายจ่าย, และยอดเงินสดคงเหลือทาง Line/Email |
โครงสร้างโฟลเดอร์ใน Google Drive (แบ่งตามลูกค้ารายบริษัท)
ชื่อโฟลเดอร์หลัก: [ชื่อย่อลูกค้า]_Accounting_2024
01_เอกสารรายรับ (Incomes)
ใส่ไฟล์สรุปยอดขายจาก Shopee/Lazada หรือ Slip เงินโอนที่ลูกค้าได้รับ
02_เอกสารรายจ่าย (Expenses)
2024-01 (เดือนมกราคม)
Week_01 (1-7 Jan)
Week_02 (8-14 Jan)
Week_03 (15-21 Jan)
Week_04 (22-31 Jan)
03_Statement_ธนาคาร
เก็บไฟล์ PDF หรือรูปภาพหน้าสมุดบัญชี/Statement รายสัปดาห์
04_รายงานประจำสัปดาห์ (Weekly Reports)
ที่ที่คุณจะวางไฟล์สรุปที่ดึงจาก FlowAccount ให้ลูกค้าดู
📝 กฎการส่งเอกสาร (แจ้งลูกค้า)
เพื่อให้คุณทำงานง่ายและไม่ต้องมานั่งไล่ถามภายหลัง ควรขอให้ลูกค้าทำดังนี้ครับ:
ถ่ายรูปให้ชัด: รูปใบเสร็จต้องเห็น เลขที่ใบกำกับภาษี, วันที่, จำนวนเงิน และชื่อผู้ขายชัดเจน
ตั้งชื่อไฟล์ (ถ้าทำได้): เช่น 20240115_ค่าไฟ_3500.jpg (ถ้าลูกค้าไม่สะดวก อย่างน้อยขอให้แยกสัปดาห์ให้ถูกต้องก็พอครับ)
Deadline การอัปโหลด: ขอให้ลูกค้าอัปโหลดรูปทั้งหมด ภายในวันศุกร์ ก่อนเวลา 12.00 น. เพื่อที่คุณจะได้มีเวลาตรวจเช็คและกระทบยอดในบ่ายวันศุกร์
✅ ข้อดีของการใช้ Google Drive แทน Line Album:
ไฟล์ไม่หมดอายุ: รูปใน Line บางครั้งจะกดดูไม่ได้หากทิ้งไว้นาน แต่ใน Drive จะอยู่ตลอดไป
จัดหมวดหมู่ง่าย: คุณสามารถย้ายไฟล์ไปมาระหว่างโฟลเดอร์ได้สะดวกกว่า
ค้นหาง่าย: สามารถค้นหาตามชื่อไฟล์หรือวันที่ได้เลย
รองรับการ Audit: เมื่อถึงเวลาต้องตรวจสอบภาษีหรือปิดงบปี คุณมีหลักฐานเอกสารครบถ้วนตามรายเดือน/สัปดาห์อยู่แล้ว 1. ค่าบริการรายเดือน (Recurring Fee)
สำหรับงานบันทึกบัญชีผ่าน FlowAccount และกระทบยอดรายสัปดาห์
SME ขนาดเล็ก (รายการค้า < 30 ชุด/เดือน): 3,500 - 5,500 บาท/เดือน
SME ขนาดกลาง (รายการค้า 31 - 100 ชุด/เดือน): 7,000 - 12,000 บาท/เดือน
ธุรกิจผลิต (มีสต็อกสินค้า/BOI): ควรบวกเพิ่ม 20-30% จากราคาปกติ เนื่องจากต้องทำบัญชีแยกประเภท (BOI/Non-BOI) และดูแลระบบสต็อกที่ซับซ้อนกว่า
2. ค่าธรรมเนียมขออนุมัติ BOI (Project Fee)
งานนี้เป็นงานใช้ความเชี่ยวชาญสูง (Consulting) ควรคิดแยกเป็นโปรเจกต์
ค่าดำเนินการตั้งต้น (Retainer Fee): 30,000 - 100,000 บาท (ขึ้นอยู่กับขนาดเงินลงทุน)
ค่าธรรมเนียมความสำเร็จ (Success Fee): 0.5% - 1% ของวงเงินสิทธิประโยชน์ภาษีที่ได้รับ หรือคิดเป็นยอดคงที่ (Flat Fee) ตามตกลง เช่น 50,000 - 150,000 บาท เมื่อได้รับบัตรส่งเสริม
..... Value-Based Pricing: "เราช่วยให้คุณเห็นตัวเลขกำไรแบบ Real-time และช่วยประหยัดภาษี"
ความคิดเห็น